ก็หาเรื่องเผ่นไปสร้างกระแสให้ค่ายขายตรงใหม่อีก
หลายคนอาจจะถามว่า รู้ได้ไง
ก็ลองย้อนไปดูประวัติเก่าๆของ ชนิดา-ณัฎฐ์ ธรินทร์ บูรณะบุตร
อดีตแม่ทีมคนแรกที่เคยนำร่องด้วยยุทธวิธีจุดกระแสด้วยการ สร้างข่าว ให้กับ ค่ายซินเนอร์จี้ฯในยุคที่เข้ามาเปิดตลาดเมืองไทยเมื่อหลายปีก่อน
สมัยนั้น ชนิดา- บูรณะบุตร ได้ระดมกลามแม่ทีมทุกระดับชั้น โดยอาศัยคำว่า ขายตรงข้ามชาติ เป็นตัวจุดฉนวนเดือด โดยอุ่นเครื่อง จัดงานสร้าง เรทติ้ง ที่โรงแรมแชงกรี-ลา ถนนเจริญกรุง มีผู้คนแห่ร่วมงานนับพันๆคน สื่อขายตรงพาดหัวข่าวหน้าหนึงพรึ่บ!!!
จน บริษัท ซินเนอร์จี้ฯ มีชื่อเสียงเกรียงไกรในเวลาอันสั้น หลังจากนั้น นิติ สว่างทรัพย์ เพิ่งอกหักจากค่าย โมรินด้า (ตาฮิติโนนิ) มาหมาดๆ ก็เข้าร่วมเสริมทัพ กับ ซินเนอร์จี้ฯอีกแรง ส่งผลให้ เรทติ้ง กระฉูดมากขึ้น
แต่
ในช่วงหลังๆความจริงก็ปรากฏ เพราะยอดขายของ ค่ายซินเนอร์จี้ฯ กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด เนื่องจาก พวกแม่ทีมหรือสมาชิกระดับล่างๆ ไม่ค่อยได้เงิน เพราะแม่ทีมแกนนำหลักๆ ดูดน้ำเลี้ยงไปเกือบหมด
สรุปว่าซินเนอร์จี้ฯ ในยุคนั้นสร้างกระแสได้เพียง 2-3 ปี ก็ แผ่ว ยอดขายตกวูบรายได้สมาชิกหดหาย และในที่สุด ผู้นำก็แตก ระดับแม่ทีมหลักๆต่าง เผ่น จากค่ายซินเนอร์จี้ไปเกือบหมดสต๊อก
ชนิดา- บูรณะบุตร กลับมีชื่อเสียงอีกครั้ง หลังเข้าไปฟอร์มทีมใหม่ที่ เอเจล งานนี้ ฟอร์มยักษ์ ยิ่งกว่าเดิม เพราะได้ดึงทีมผู้บริหารจาก ค่ายซินเนอร์จี้ฯ ไปจนหมดเกลี้ยงบริษัท นับตั้งแต่ บัญชา เหมินทคุณ, สุวัฒน์ จันทร์นฤกุล เข้าไปนำทัพที่เอเจล แต่แค่นี้กระแส เอเจลยังแรงไม่พอ ยังได้ดึง นิติ สว่างทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกับ บริษัทซินเนอร์จี้ฯ เข้าไปร่วมงานด้วย // ที่แน่ๆ นิติ ไม่ไปมือเปล่า ยังไปดึง ดนุ วงค์ประเสริฐ แม่ทีมระดับหัวแถวของ ค่ายสปอร์ตทรอน ของ นภดล กลิ่นบำรุง ติดไม้ติดมือไปด้วย
การแจ้งเกิดของเอเจล นับว่าเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะมากๆเนื่องจาก ค่ายโสมเกาหลี กำลังจะแตกอยู่พอดี
. ธเนตร วงษา แม่ทีมหมายเลขหนึ่งของโสมเกาหลี กำลังเบื่อการบริหารที่เอาแน่เอานอนไม่ได้พลิกไปพลิกมา จึงทำให้ ธเนตร ตัดสินใจเข้าร่วมโดยไม่ต้องบวกลบคูณหารอะไรให้ยาก
ในที่สุด เอเจล ก็ได้แกนนำคนสำคัญระดับ หัวกระทิ จากค่ายดังๆถึง 3 คนเข้าไปร่วมงานกันครั้งแรก ตรงนี้เอง ที่ได้สร้างกระแสร้อนแรงให้กับวงการขายตรงไทย
การเปิดตัวของ เอเจล ครั้งแรก ทีมข่าว นสพ ตลาดวิเคราะห์ ได้ออกมา เปิดโปง แบบตรงไปตรงมาว่า บริษัทแม่ของเอเจล ที่สหรัฐฯ ไม่ได้เข้ามาลงทุนในเมืองไทยเอง แต่ เป็นแค่สมาชิก และผู้บริหารคนไทย รวมตัวกันไป จดบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กันเอง เพื่อต้องการสร้างกระแสข่าวให้ผู้คนหลงเข้าไปร่วมธุรกิจ สร้าง เรทติ้ง ให้กับบริษัทแม่ที่อเมริกา การเสนอข่าวแบบตรงไปตรงมาในครั้งนั้นได้สร้างความไม่พอใจ ให้แก่แม่ทีม ของเอเจลเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นไม่นาน ทางบริษัทแม่ ก็ เข้ามาลงทุนจริงๆ
กลุ่มแม่ทีม เอเจล ได้ทำตลาดขายตรงในเมืองไทยให้หวือหวาร้อนแรง โดยใช้สื้อ อินเตอร์เนต สร้างกระแสต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นในการ ชูรายได้ หลักแสนหลักล้านภายใน 3 เดือน 6 เดือน เป็น จุดขาย ส่วนทางบริษัทจะรู้เห็นเป็นใจใน ยุทธวิธี ที่ว่านี้ หรือไม่ ก็ ยากจะคาดเดาได้ กลยุทธ์ดังกล่างได้ใช้อย่างต่อเนื่อง มากกว่า 2 ปี จนออกแคมเปญ แจกรถเฟอร์รารี่, รถเบนซ์. หลายสิบคัน เพื่อชูภาพความสำเร็จแบบไม่เกรงกลัวกฤหมาย ทั้งๆที่รถเบนซ์ หลายคนมีคนปล่อยข่าวว่า มีแค่ใบจอง ยังอุตส่าห์นำมาสร้างภาพ สร้างข่าวใหญ่โต ตรงนี้แหละมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากมา เอเจล ก็เลยเริ่มมีกลิ่นไม่สู้ดีนักที่สัมผัสปลายจมูกเจ้าหน้าที่รัฐ อย่าง สคบ และ ดีเอสไอ ในเวลานี้
จุดหักเห...ตรงนี้แหละที่ทำให้ เอเจล ถูกมองว่า อาจเข้าข่ายระดมคนระดมทนโดยเอารถหรูมาเป็นสิ่งล่อใจ ให้ผู้คนจำนวนมากหลงเข้ามาสู่ หลุมพราง เรื่องนี้หน่วยงานรัฐน่าจะมีคำตอบที่ดีต่อไป
จากข่าวระทึกขวัญต่อเนื่องส่งผลให้ ผู้นำและผู้บริหาร เริ่มทยอยออกจากค่าย เอเจล ทีละคนสองคน จนปัจจุบันเหลือแค่แกนนำหลักๆ เพียงไม่กี่คน ที่แน่ๆคือ นิติ สว่างทรัพย์ จะฝ่าด่านหินนี้ไปได้ เพราะ รถเฟอร์ลารี่ คันงามของ นิติ สว่างทรัพย์ ซึ่งผ่อนได้ไม่กี่งวด ได้ข่าวมาว่า อาจจะมีการประกาศขายในเร็วๆนี้
ขณะที่ ชนิดา บูรณะบุตร, สุวัฒน์ จันทรนฤกุล ก็เกี่ยวก้อยกันไปสร้างกระแสให้กับค่ายใหม่อย่าง โมนาวี โดยดึง ธเนตร วงษา เข้าไปสมทบด้วย และ แกนนำคนอื่นๆ อีกหลายสิบคน ไปถ่ายหน้ารูปตึกโมนาวี เพื่อมาจุดกระแส โยนหินถามทาง หรือพูดง่ายๆเพื่อ เช็คเรทติ้ง ว่าบริษัทข้ามชาติยังเข้ามาตีกินตลาดขายตรงเมืองไทยได้หรือไม่ แต่ภาพที่เห็น ซึงกลุ่มแม่ทีมกลุ่มนี้ไปถ่ายรวมโชว์หรา ตามสื่อและเว็บไซด์ต่างๆ นั้นก็อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่า คนกลุ่มนี้จะร่วมหัวจมท้ายกันหมด
นี่เป็นเพียงการ หยั่งเชิงข่าว วันเรทติ้งดูเท่านั้น
..ใครๆก็รู้ว่า บริษัทแม่โมนาวี ยังไม่ได้มาเปิดบริษัทในเมืองไทย สินค้าก็ยังไม่ผ่าน อย.
ไอ้ที่ คึกคัก เป็น แค่กลลวง ของพวกแม่ทีมที่เป็นแกนนำที่ใช้วิธีนี้ หากินกับคนโลภเท่านั้น
แต่ที่แน่ๆ กลุ่มแกนนำ โมนาวี ระดับหัวแถว เคยนำยุทธวิธีเก่าๆแบบนี้มาใช้อย่างได้ผลมาแล้วในอดีต คือการโหมโรงระดมพล เพื่อ กระตุ้นต่อมอยาก ให้กลุ่มคนที่ล้มเหลวในการทำอาชีพเครือข่าย เข้าไปสัมผัส เกมส์รวยที่คนกลุ่มนี้ วางหมากไว้
แต่จะร้อนแรงเหมือนในอดีต ที่เคยจุดกระแสให้กับ ซินเนอจี้ และ เอเจล หรือไม่นั้น ก็ยากจะคาดเดาเพราะยุคนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนแปลงไปมาก
เพราะในอดีตเคยมีประวัติ ทั้งๆที่บริษัทมั่งไม่ได้เข้ามาลงทุนในเมืองไทย แต่พวกแม่ทีมชอบเอาไปอ้างเพื่อสร้างกระแสขึ้นมา เอง ขุดหลุม ดักคนอยากรวยทางลัดได้เป็นอย่างดี
ฉะนั้นการแจ้งเกิด ในครั้งนี้อาจจะไม่ง่ายเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะเวลานี้ สมาชิกระดับกลางๆ ที่เข้าไปร่วมงานกับ เอเจลด้วยรหัสสูงลิ่วหลายหมื่นบาท พากันเป็นหนี้เป็นสินจนบานเบอะเงินผ่อนรถก็ยังไม่มี บทเรียนนี้และที่ทำให้ผู้คนเริ่มหันมา ฉุกคิด รอบครอบมากขึ้น
ที่แน่ๆ ธเนตร วงษา ก็ยังไม่แน่ใจในตัวเองว่า จะเข้าไปร่วมงานกับ โมนาวี เต็มร้อยอย่างที่มีการสร้างกระแสข่าวหรือไม่ เพราะสายงานระดับรองๆของ ธเนตร วงษา ที่เคยร่วมงานกันมาที่เอเจล มีจำนวนไม่น้อยที่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ธเนตร ไม่สารมารถ นำพาพวกเขาให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงได้ ที่เห็นๆเป็นเพียงการสร้างภาพให้กับผู้นำระดับหัวเพียงไม่กี่คน นี่แหละที่ทำให้ ธเนตร วงษา คิดหนัก เวลานี้อยู่ ระหว่าง บวกลบคูณหาร ว่าจะเปิดบริษัทเสียเองดีหรือไม่ เพราะ ทุกทีที่ก้าวเข้าไปร่วมงานกับผู้อื่นมัก เจ็บตัว ทุกที แถมพลังศรัทธาทำท่า เสื่อมถอย ลงไปเรื่อยๆ
หนังสือพิมพ์ตลาดวิเคราะห์ 1-15 มีนาคม 2554
ปล. ข่าวแว่วมาว่า โมนาวี ได้ปฏิเสธที่จะมาลงทุนในประเทศไทย และแม่ทีมกลุ่มหนึ่งได้โยกย้าย หารังใหม่ กับบริษัท BHIP
.. นี่ถ้าหากตั้งสติ คิดดีๆ ธุรกิจเครือข่าย มีแต่คำว่า....รวยลูกเดียว
เว็บมาสเตอร์กลุ่มบ้านอนัตตา
ผู้มีปัญญาย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแม้น้อย ดุจคนก่อนไฟกองน้อยให้เป็นไฟกองใหญ่ได้ฉะนั้น