![]() |
1 ตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา กิฟฟารีน ได้ฤกษ์ เปิดโรงงานแห่งใหม่ บนเนื้อที่กว่า 20 ไร่ โดยโรงงานกิฟฟารีนแห่งนี้ถือเป็นโรงงานที่ทันสมัยและมีความเป็นเลิศที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกำลังการผลิต เป็น 10 เท่า เพื่อรองรับยอดขายถึง 50,000 ล้านบาทต่อปี กำลังการผลิต50,000,000 ชิ้นต่อเดือน เพิ่มเงินลงทุนด้านเครื่องจักรกว่า ร้อยล้านบาท |
|
น.ต. พญ. นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิติ้ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความเติบโตและความเจริญก้าวหน้าให้กับธุรกิจเครือข่ายขายตรงหลายชั้นนั้น นอกเหนือจาก แผนการตลาด ที่มี ระเบียบชัดเจน ถูกต้องตามกฏหมาย และสร้างความคุ้มค่าและยุติธรรมให้แก่นักธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีนแล้ว
อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้แก่นักธุรกิจเครือข่าย กิฟฟารีน ที่เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยกันคือ การตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานที่สากลยอมรับ ซี่งจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายเครือข่ายผู้บริโภคให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
ทางกิฟฟารีนจึงเล็งเห็น ความสำคัญของ โรงงานผลิตสินค้า ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา และ ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทและการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจ อันนำมาซึ่งความสำเร็จและสร้างความภาคภูมิใจให้แก่นักธุรกิจเครือข่ายกิฟฟารีนทุกท่าน
โรงงานกิฟฟารีน ออกแบบตามหลัก GMP
ผู้บริหารระดับสูงกิฟฟารีน กล่าวว่า โรงงานแห่งใหม่ของกิฟฟารีน ได้ออกแบบตามหลัก GMP ทั้งในด้านโครงสร้างเละวัศดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สินค้า ที่ผลิตมีคุณภาพสูง และมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้สูงสุด
ด้าน แผนกพัฒนา ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยจัดการพัฒนาบุคคลากร และเพิ่มจำนวนบุคคลากรและนักวิทยาศาตร์จากเดิมอีกไม่น้อยกว่า 40% และมีพื้นที่ปฏิบัติงานเพิ่มจากเดิมอีก 4 เท่า รวมไปถึงการใช้เงินลงทุน เครื่องมือและอุปกรณ์ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกว่า 10 ล้านบาท
กิฟฟารีนขยายความร่วมมือในการค้นคว้าวิจัยและ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์กิฟฟารีน จากสถาบันที่มีชื่อเสียง ต่างๆเช่น DSM Nutritional Product ผู้ผลิตวิตามินรายใหญ่ของโลก จาก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในด้านการวิจัยและพัฒนาเครื่องสำอาง
โดยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางกิฟฟารีน นั้น อยู่ที่ การเลือกใช้วัตถุดิบเกรดดีที่สุด จาก ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อังกฤษ อเมริกา และ สวิตเซอร์แลนด์ ที่ผ่านการรับรองโดย FDA ทั่วโลก ที่ผลิตผลิตภัณฑ์ด้วยการวิจัยด้วยเทคโนโลยีระดับโลก ที่นานๆชาติยอมรับ เละสามารถส่งออกได้กว่า 30 ประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้จุดเด่นของเครื่องสำอางกิฟฟารีน คือ การได้พัฒนาสูตรเครืองสำอางให้เขากับผิวพรรณคนไทยที่มีผิวผสม และรูขุมขนกว้างต่อมไขมันและต่อมเหงื่อ Active หรือทำงานมาก และ มีการพัฒนาสูตรให้เข้ากับภูมิอากาสร้อนชื้น ซึ่งความชื้นสัมพัทธ์สูงว่า 70% รังสี UVA และ UVB เป็นเส้นตรงเกือบตั้งฉากกับผิวโลก เนื่องจากอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร และมีอุณหภูมิเฉลี่ย 10-40 องศาเซลเซียส
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์กลุ่มสี กิฟฟารีนเลือกใช้สีที่เหมาะกับผิวสีคนไทย ซึ่งมี 3 โทนสี คือ สีแทน แทนอมเหลือง และ ขาวเหลือง และที่สำคัญผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม และสารก่อความระคายเคือง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ถนอมผิวทั้งหมด วัตถุดิบจะอยู่ในเกรด Hypo Allergic Noncomedogenic ซึ่งโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้น้อยมากๆ และโอกาสที่จะเกิดสิวน้อยมากเช่นกัน แต่มีราคาต้นทุนของวัตถุดิบสูงกว่าปกติ
ในด้านฝ่ายผลิตนั้น กิฟฟารีน จะทำหน้าที่ควบคุมการผลิตโดยทีมแพทย์และเภสัชกรผู้มีประสบการณืในการผลิตกว่า10ปี และผลิต ผลิตภัณฑ์ ภายใต้เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาด้วยมาตรฐานระดับโลก
อีกทั้งบริษัทกิฟฟารีนเป็นทั้งผู้ผลิตจัดจำหน่ายเป็นบริษัทในเครือเดียวกันจึงไม่ต้องผ่านคนกลางให้ต้นทุนสูงขึ้น นอกจากนี้บริษัทไม่ต้องการกำไรต่อชิ้นที่สูง แต่ต้องการให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่เกิดการซื้อซ้ำได้ในราคาที่ไม่สูงเกินไป สนใจผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน <<<คลิ๊กที่นี่
อ้างอิง นสพ เดอะพาวเวอร์ เน็ตเวิร์ค
| |




