![]() |
เป้าหมายอิสรภาพทางการเงินอย่างพอเพียง
ก่อนอื่นถ้าคุณไม่ทราบว่าจะต้องตั้งเป้าหมายในการเก็บเงินเพื่อใช้ในยามเกษียณเท่าไหร่?
ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณพอมีแนวทางคร่าวๆ ว่าจะต้องกำหนดเป้าหมายการออมเงินในบัญชีของตัวคุณเองไว้ที่ระดับใด?
มีผู้เชี่ยวชาญประมาณไว้ว่า สำหรับคนไทยในยุคปัจจุบันหากเกษียณอายุและมีชีวิตอยู่ได้อย่างพอสบาย ก็ควรมีเงินเก็บไม่ต่ำกว่า 3,000,000 บาท | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
เก็บเงินอย่างไรเพื่อให้ได้ มาซึ่งอิสระภาพทางการเงินอย่างพอเพียง ?
สมมุติว่าคุณจะเกษียณอายุ เมื่อตอน อายุ 60 ปี และต้องการมีเงินเก็บ สามล้านบาท โดยคุณขณะนี้มีอายุ 25 ปี มีรายได้ เดือนละ 15,000 บาท หรือ 180,000 ต่อปี มีเงินเก็บในบัญชี 50,000 บาท
ที่มา: How to Grow Rich /Frank Newman&Muriel Newman (1990)
ดังนั้นคุณจะมีเวลา อีก35ปี จึงเกษียณ และคุณต้องการเงินอีก 2,950,000 บาท หรือคิดเป็น 16 เท่าของรายได้ต่อปี จากตาราง การหาจำนวนปีและเปอร์เซ็นต์การออมเงิน เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับเงินออมที่ต้องการ คุณจะพบว่าคุณจะต้องตั้งเป้าการออมต่อเดือนของคุณ ให้ได้เท่ากับ 15% ของรายได้ต่อเดือนหรือ เท่ากับ 2,250 บาท ซึ่งจากตารางเป็นตารางเงินออมที่ได้รับผลตอบแทนที่ 5% ต่อปี แต่ในขณะที่ ดอกเบี้ยเงินฝาก อยู่ที่ 0.75-2.5% ต่อปี เท่านั้น
จากตารางคุณจะเห็นว่า ถ้าคุณเริ่มเก็บเงิน เดือนละ 2,000 บาท แต่คุณได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เฉลี่ย 5% ต่อ ปี เมื่อเกษียณอายุ ตอน อายุ60 คุณจะมี เงินออมกว่า 3 ล้านบาท แต่ถ้าคุณช้าไปเพียงหนึ่งปี เงินของคุณจะหายไปเกือบ สี่แสนบาท
จากที่คุณได้ทราบมาแล้วข้างต้นเกี่ยวกับ อำนาจของการซื้อ หรือ เงินทองของมายาข้าวปลาซิของจริง
..คุณจะเห็นว่า เงินทองที่คุณเก็บไว้นั้น 3 ล้านบาท เป็นเพียงภาพมายา เพราะอำนาจของการซื้อของคุณจะลดลง ตามสถิติ เมื่อเวลาผ่านไป 40 ปี มูลค่าของเงินของคุณจะลดลงจาก 100 เหลือ เพียง 20 บาท ดังนั้นหมายความว่า ถ้าคุณมีเงินเก็บ 3 ล้านบาท ก็มีค่าเท่ากับ 600,000 เท่านั้น ซึ่งจากการประเมิน เพื่อมีชีวิตอย่างพอสบายในวัยหลังเกษียณอายุ จะต้องมี เงินเก็บไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งหมายความว่า ในอีก 35-40 ปีข้างหน้า คุณจะต้องมีเงินเก็บจริง ถึง 15 ล้านบาท
ตกใจหล่ะซิ!!!
คุณเห็น ความน่ากลัวของ เกมส์การเงินนี้แล้วหรือยัง?
หาย งง แล้ว หรือยัง ว่า เงินของคุณหายไปไหน?
ดังนั้นถ้าคุณคิดแต่จะทำงานประจำเก็บเงินออมเพียงอย่างเดียวแล้ว คุณแทบมองไม่เห็นความเป็นไปได้เลย จาก เงินเก็บที่คุณจะสามารถเก็บได้สูงถึงขนาดนี้ เพราะในขณะที่ธนาคารมีเงินฝากอยู่ล้นระบบ ดอกเบี๊ยเงินฝากนับวันมีแต่จะลดน้อยถอยลง ดังนั้น การจะอาศัยการออมเพียงอย่างเดียว คงไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณต้องเรียนรู้วิธีการที่จำนำเงินออมไปลงทุนต่อเพื้อให้เกิดดอกผลเพิ่มขึ้นด้วย
สิ่งที่คุณต้องทำเดี๋ยวนี้คือ
1. ลงทุนเพื่อตัวคุณเอง ด้วยการลงทุนในการศึกษาหาความรู้ เพื่อเสริมสร้างรายได้ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันที่เป็นผลให้ความมั่นคงในอาชีพของคุณนั้นลดน้อยลง
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับความรู้ในด้านต่างๆโดยเฉพาะทางด้านการเงินและธุรกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินไม่ให้ตกต่ำไปเพราะภาวะเงินเฟ้อ และเพื่อไม่ให้เงินที่คุณหามาอย่างยากลำบากนั้น สูญหายไปอย่างง่ายๆโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือเพียงเพราะความโง่ของตัวเราเอง
2. ลงทุนในตราสารการเงินต่างๆ เช่น ตราสารอนุพันธ์ หุ้น พันธบัตร กองทุนรวม ต่างๆ
3. ลงทุนทำธุรกิจส่วนตัว หรือ ศึกษาช่องทางสร้างรายได้อื่นๆ ซึ่งคุณอาจทำเป็นงานเสริมโดยเริ่มจากเล็กๆ ก่อนก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้คุณเลือกมากมาย ด้วยความโชคดีที่มีเทคโนโลยีที่ให้ความสะดวกในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะ อินเตอร์เนต
ไม่ว่าคุณจะเลือกลงทุนด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ลงทุนเพื่อตัวคุณเอง ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุน มั่นคงถาวรที่สุด อย่างที่ฝาหรั่งเขามักพูดว่า
"Formal education will make you a living; self-education will make you a fortune."
การศึกษาในระบบนั้น ช่วยคุณเพียงแค่ดำรงชีพ แต่การศึกษาด้วยตัวเองนั้น นำมาซึ่งทรัพย์สมบัติให้แก่คุณ
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||