Menu เด็ดเผ็ดมัน

  •    หน้าแรก   
  •    แนะแนวการสร้างรายได้   
  •    รู้จักกันหน่อย   
  •    คุยกันก่อน   
  •    ทีมงานคุณภาพ   
  •    กลยุทธ์การตลาด   
  •    เเผนการตลาด   
  •    การบริหารจัดการธุรกิจ   
  •    การตัดสินใจ ทางธุรกิจ   
  •    กลยุทธ์การสร้างรายได้   
  •    บทความน่าอ่าน   
  •    เรียนรู้ไมโครเเฟรนไชส์   
  •    ติดต่อเรา   
  •    เเลกลิงค์   
  •    นโยบายความเป็นส่วนตัว   
  •    ลิงค์เพื่อนบ้าน   
  • อยากมีเวปส่วนตัวต้องอ่าน

     


              สถานะการออนไลน์ขณะนี้     online status
             ติดต่อเรา     คุยสด Live chat
       
    giffarine กิฟฟารีน อาชีพเสริม รายได้เสริม part time
    giffarine กิฟฟารีน อาชีพเสริม รายได้เสริม part time
         
     
     
     
     
     
    ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้เต็มกระเป๋า
    โดย ยุทธเดช ยุวบูรณ์ เขียนเมื่อ 17-01-2012  

    ปี 55 นี้ปฏิเสธกันไม่ได้ว่า  เป็น ยุคข้าวยากหมากแพง ที่เห็นได้ชัดเจน น้ำท่วมข้าวของราคาขึ้นมาทันที แล้วราคา  สิ้นค้านี้ก็แปลก ขึ้นแล้วไม่ค่อยจะลงกัน...ค่ามอไซด์ เข้าซอย น้ำลงแล้ว ก็ยังไม่ยอมลด...ครั้นจะรอปรับค่าแรง เงินเดือนขึ้น เห็นจะไม่ทันกิน...เอ้า++ ช่วยตัวเองกันดีกว่าคับพี่น้องค๊าบบบบบ


    เรามาดูกันทีละขั้นทีละตอน กันซะหน่อยว่า...

    ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ให้งอกเงยเป็นเต็มกระเป๋า
    กับเขาบ้างมันเป็นอย่างไร?

    บางคนอยาก ซื้อทองคำ หลายคนมอง

    หา..รายได้เสริม

    เห็นพรรคพวกบอกว่า ลงทุนทองกำไรดีเสี่ยงต่ำ หรือ ธุรกิจใหม่มากำลังแรง

    แค่เปลี่ยนที่ซื้อใช้ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ รวยไว้..ไวว.....

    ก็ชักสนใจ แต่ พอดูสินค้า เหลือบไปดูราคาแล้ว

    ร้องต๊กกะใจ "ลดรายจ่ายตรูตรงไหน..ว่ะ!!

    เหล่.... อีกทีดู ยี่ห้อสินค้า ตรูก็ บ่เคยได้ยิน

    แต่เขาบอกว่า  "ดีๆใช้แล้วรวย" เอาว่ะ!! ลองดูซักหน่อย เผื่อจะรวยกะเขาบ้าง 

    ผมขอเล่าอุทาหรณ์ให้คุณฟังเรื่องนึง:  มีเรื่อลำนึงแล่นอยู่ในทะเล  ถูกพายุพัดหลังทางไปหลายวัน ครั้นแล้ว เรือลำนั้นก็ ไปพบเรือเพื่อนกันเข้าลำนึง

    จึงชักธงขึ้นเสาเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วร้องตะโกนเพื่อขอน้ำจืด หล่อเลี้ยงชีวิตคนในเรือเพราะอดโซมาหลายวัน

    ต่างร้องตะโกนโหวกเหวก...กันระงมไปว่า "ช่วยด้วยๆ พวกเราจะแย่แล้ว เราต้องการน้ำจืด" เอาน้ำจืดให้เราที...

     

    เสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จากเรือผู้หลงทาง ยังคงไม่ฟังเสียงแนะนำจากเพื่อนใดๆทั้งนั้น พวกเขายังคงร้องขอความเห็นใจ " น้ำ"  "น้ำ"  ช่วยเราด้วยยยยย

    ฝ่ายเรือเพื่อน ก็ยังตะโกนบอก ให้ตักหย่อนถังลงไปตักน้ำ ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็จากไป

    ผ่านไปหลายวัน: นายเรือเริ่มได้สติ เพราะเริ่มอดน้ำตายกันหมดแล้ว... เลยตัดสินใจหย่อนถังน้ำลงไปตักน้ำข้างเรือกันดู

    ปรากฏว่าเป็นน้ำจืดจริงๆ

    เพราะความที่ขาดความรู้ความชำนาญในพื้นที่ ยึดติดกับสิ่งเดิมๆไม่ฟังใคร หารู้ไม่ว่าพายุพัดเขาเข้ามาในเขตน้ำจืดปากแม่น้ำแล้ว  แต่พวกเขายังหลงคิดว่าเป็นน้ำเค็ม พวกเขาคิดว่าคงแต่รอ รอเรือลำอื่นเอาน้ำมาให้ และไม่ยอมหย่อนถังลงไปตักข้างลำเรือ  

    นี่ถ้าขาดสติ ยังดื้อดึง คงอดน้ำตายกลางน้ำ ช่างดูน่าเวทนายิ่งนัก

    นิทานเรื่องนี้ ก็ เปรียบเสมือน ชีวิตปัจจุบันของคนทั่วไปส่วนใหญ่ ที่ มักยึดติดกับสิ่งที่เคยได้รับรู้ได้เคยสัมผัสมาแล้วทึกทักเอาเอง  โดยมองข้ามศักยภาพ กำลังความคิด กำลังใจกำลังกายของตน ,มองข้ามทุนที่ไม่ใช่เงินที่ทุกคนล้วนมีอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

    แต่กลับไปมองหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น มองหาแหล่งเงินทุน เงินกู้จากแหล่งต่างๆ หรือ  หวังรวยจากหวยบ้าง หวังจะได้งานดีๆเงินเดือนเยอะๆจากองค์กรต่างๆบ้าง

    บ้างก็...กล่าวโทษในโชคชะตาวาสนา บางก็ลามไปโทษพระ...โทษพระเจ้า..... 

    ทั้งๆที่...ทุกคนล้วนเกิดมามีขุมทรัพย์อยู่รอบตัวกันทุกคน 

    "จงหย่อนถังลงไปตักเอาน้ำจืด..ข้างเรือของคุณซะ"

    "จงหย่อนถังลงไป" ตักเอาประโยชน์จาก การซื้อกินซื้อใช้ประจำวันของคุณ 

    "จงหย่อนถังลงไป" ตักเอา เทคโนโลยีมาก่อให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของคุณ"

    "จงหย่อนถังลงไป" ตักเอา สัมพันธ์ภาพความรักความเอ็นดู การเกื้อกูล ปรารถนาดีต่อ เพื่อนในสังคมรอบตัวเถอะ" 

    เอาถังของคุณไปตักตวง เอาความรู้ และ ทุนที่ไม่ใช่เงินต่างๆขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากๆ เพราะ คุณมีทรัพย์ เหล่านี้อยู่มากมายก่ายกองเท่าๆกับน้ำจืดที่มีอยู่ใน ปากแม่น้ำนั่นเอง

     

    หย่อนถังของคุณ ตักน้ำไปพร้อมๆกับเรา  <<คลิ๊กที่นี่

    ----------------------------------------------------------------------------------xmnamespace prefix = o />prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />

      เอาหล่ะ+ เรามาดูตัวอย่าง ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ของจริงๆกันหน่อยดีก่า

    เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ ผมขอเลือกตัวอย่าง จากแนวคิดของ ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจเครือข่ายนะครับ ไม่ใช่ "ขายตรง" ขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน    

    เอาเป็นว่าผมเลือกบริษัท ที่ ค่าmemberถูกที่สุด และตลอดชีพแบบไร้เงื่อนไข เพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินในกระเป๋าของคุณให้ได้มากที่สุด 

    เริ่มต้น คุณทำบัตรส่วนลดตลอดชีพ กับ กิฟฟารีน เป็นเรียบร้อยแล้วก็แล้วกัน คุณจะได้ส่วนลดทันที25%..ลดจากราคาสินค้าในแคตตาล็อค หรือ บนเว็บของบริษัทกิฟฟารีน..

    ทีนี้เริ่มต้น ลองมาจัดการเปรียบเทียบคำนวณดูว่า ประหยัดไปเท่าไหร่ได้คืนมาเท่าไหร่?

    ราคาขนาดนี้, วัตถุดิบแบบนี้, คุณภาพแบบนี้, ปริมาตรเท่านี้, ได้รางวัลอะไรมาบ้าง? เทียบกับสินค้าในท้องตลาดแล้วเป็นอย่างไร? คุ้มค่าไหม? ตังค์เหลือไหม? ได้อะไรแถมหรือกลับคืนมาบ้าง?   <<จริงๆพวกเราไปเดินห้าง ก็ คงหยิบดูเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยๆอยู่เป็นประจำ

    ยกตัวอย่างเช่น: ปกติคุณซื้อยาสีฟัน สุมมุติชื่อ(ยี่ห้อ เดนโต๊ะ) ราคา 160บาท 160g สูตรที่ระบุข้างกล่อง เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน ...กิฟฟารีน 115บ.

    แปรงสีฟัน: คุณภาพระดับเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อขายด้ามละ 65บาทแต่ กิฟฟารีน 56บาท2ด้าม

    น้ำยาบ้วนปาก: 135 บาท จากห้าง ใช้ได้  20 วันหมด กิฟฟารีน 135 บาท ใช้ได้ 75 วัน

    แล้วถ้าเกิดคุณใช้ เครื่องสำอางค์ ครีมบำรุงผิวหละ เอาแบบแบร์ดดังๆตามเคาน์เตอร์ ปกติ set ละ 7,000-11,000 บาท  3 เดือน กิฟฟารีนชุดไฮโดรคริสตัล ดูวัตุดิบ เทคโนโลยี สรรพคุณแล้ว ลองแล้วตกกะใจ...เพียง 3,300บาท ยก set

    โอย!! ของคนไทยทำ ถูกขนาดนี้ ผลิตมาขายได้ไง? คุณภาพต่ำนะซิ?

    ไอ้ที่เขาผลิตออกมาจำหน่ายได้ถูกเพราะเขา มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง และ ยังสั่งวัตุดิบเป็นจำนวนมากๆ มากจนส่งออกไป กว่า 30 ประเทศทั่วโลกแล้วหล่ะคร๊าบบ

    นอกจากนี้:  กิฟฟารีน .. กล้าที่จะเข้าสู่การทดสอบกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการรับรองโดยบุคคลที่ 3 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ กิฟฟารีน ในเชิงธุรกิจ อีกทั้งเป็นหน่วยงานราชการและเอกชนที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก ..

    จะทดสอบไปทำอะไร ? อ้าว .. ก็เพื่อให้คุณ ๆ ผู้บริโภคมั่นใจสิครับว่า ที่กิฟฟารีนเขานั่งยัน นอนยัน ยืนยัน ว่า 'สินค้ากิฟฟารีนมี คุณภาพ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ มีความปลอดภัย' หนะ มันเป็นความจริงไงครับ

      นี่ไงครับ คลิ๊กดู > ภาพหลักฐานยืนยันของรางวัล และการรับรองผลการทดสอบจากสถาบันต่าง ๆ

    พอเริ่มให้ภาพแล้วใช่ไหม? ว่า เดือนๆนึงคุณประหยัดได้ไปเท่าไหร่แล้ว....เพียงเปลี่ยนที่ซื้อสินค้าและ ศึกษามันก่อนใช้ .....แค่นั้นเอง แถมยังมีเงินเหลือ

    เท่านั้นยังไม่พอ...กิฟฟารีน เขายัง มีเงินปันผลคืนให้กับคุณอีกเบื้องต้น10%,15%,25% อีกด้วย

    ตัวอย่าง … สมมุติว่า คุณสมัครทำบัตรส่วนลดตลอดชีพ เมื่อวันที่  10 มกราคม ปี 55 

    1.เดือนมกรา: คูณนั่งจัดลีสต์สินค้าที่อยากได้ สมมุติว่า

    คุณซื้อสินค้า ไป  2000 บาท หรือ 2000 (PV) xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />

    คุณจะได้รับปันผล 10% ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 55 

    ได้ปันผล คืน (2000-1500)x10% = 50บาท  

    หมายเหตุ: 1500pv แรกในชีวิต ไม่นำมาคิดคำนวณเงินปันผล

     ---------------------------------------------------------------------------------

    2.เดือนกุมภาพันธ์:  ของที่ใช้ในบ้านยี่ห้อเดิมเริ่มหมด ของ กิฟฟารีน ที่เพิ่งซื้อ เริ่มหมดบ้างบางรายการอยู่กันหลายคน คุณไปซื้อสินค้ามาใช้เอง  1000 บาท และยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง

    คุณจะได้เงินคืน  (1000+0)x10% =  100 บาท  (คิดคำนวณ ปันผล ตั้งแต่คะแนนแรก)

    ปกติคุณนั่งเล่นเฟสเลี้ยงหมูอยู่ คนเริ่มเห็นโอกาสรายได้ขึ้นมาบ้าง หลังจากเลิกงาน ดูละครหลังข่าวแล้วอยากหาสาระความรู้กะเขาบ้าง

    คุณเลยเข้าห้องเสวนาของลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ กับทีมอนัตตา

    http://www.anattara.com/webinar.html  ห้องจะเปิดเวลา 21.15น วันจันทร์/พฤหัส/เสาร์

    ----------------------------------------------------------------------------------

     3. เดือนมีนาคม:  คุณไม่มีความจะเป็นต้องการซื้อใช้อะไรเลย แต่ มีเริ่มมีคนสนใจอยากใช้ อยากหน้าตาดูดีขึ้นแบบคุณด้วย และเขาซื้อสินค้า กิฟฟารีน ไป 1000 บาท

    คุณจะได้เงินคืน  (0+1000) x 10% = 100 บาท  เป็น เงินปันผล ของคุณ

    ----------------------------------------------------------------------------------

     4.เดือนเมษา: คุณยังคงอยู่ที่ตำแหน่ง10%เหมือนเดือนก่อน  เดือนนี้ คุณนั่งเล่นเฟสบุ๊คเหมือนปกติ เพื่อนคุณเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ชักชวนเพื่อนเที่ยวสงการน์ 

    *เพื่อนบางคนฝากกันซื้อ ไม่สมัคร

    *บางคนก็สมัครเป็นสมาชิกกับคุณ 

    *เพื่อนบางคนใช้แล้วไปบอกต่อ

    รวมเดือนนี้ มียอดการใช้สินค้ามา=  4,6000 บาท

    ยอดกลุ่มคุณครบตามเกณฑ์ 45,000 บาท

    (คุณอาจ ร้องไอ้หยา สี่หมื่นกว่า ฉานจะไปขายใคร ทำไม่ได้หรอก... ก็ใครเขาให้คุณไปขายหล่ะค๊าบ ก็เพราะคิดแต่จะขายไงคับเลยไม่ได้) เขาไม่ได้ให้คุณไปขายเอ้า...ดูกันต่อมีอะไรดีๆรอคุณอยู่

    คุณได้ปรับขึ้นตำแหน่งปันผลจาก 10%-->15%--->25%

    การคิดเงินปันผล ดังนี้ตาม ช่วงคะแนน หักทอนตาม % ตำแหน่งรายได้ของเพื่อนๆคุณแต่ละคน  (บริษัทคำนวณแบ่งให้อัตโนมัติ 

    คิดที่รายได้คุณในเดือนนี้กันก่อน

           0 -->  9000 x 10%  = 900 บาท ------(1)

    9000 --> 45,000 x15 % = 5400 บาท ------(2)

    45,000--> 46,000 x25% = 250 บาท  ------(3) 

    ในเดือนนี้ ยอดผลรายได้รวม:  (1)+(2)+(3) = 6,550 บาท

    แต่ บริษัทจะหักทอนให้แก่ผู้เพือ่นๆคุณที่มีสิทธิ์มีได้ปันผล ใครได้เท่าไหร่ก็หักทอนกันไปตามสัดส่วน

    ----------------------------------------------------------------------------------

    เดือนที่ 5 พฤษภาคม: สมมุติ คุณและเพื่อนๆในเครือข่ายก๊วน กิฟฟารีนของคุณ แต่ละคนไม่ได้ทำอะไรเลย และไม่มีหมดอะไรต้องใช้กันเลย 

    ดังนั้นเดือนนี้คุณมียอดธุรกิจ  = 0 คะแนน(PV)   

    ดังนั้นปันผล เดือนที่ 5 ของคุณ =  0 PV x 25% = 0 บาท    

    ----------------------------------------------------------------------------------

    เดือนที่ 6 มิถุนายน: ตำแหน่ง(25%)ของคุณยังเหมือนเดิมไม่หายไปไหน

    ถึงแม้เดือนที่แล้วไม่มีใครซื้ออะไร ใช้เลยสัก กะ บาท

    สมมุติว่าเดือนนี้ หลายคนของใช้เริ่มหมด บางคนไปชวนเพื่อนใช้ต่อ บางคนซื้อมากบ้างน้อยบ้าง มี สรุปคุณยอดธุรกิจมา 60,000 PVเดือนี้ คุณมีรายได้ที่ งอกเงยสูงสุดถึง:=21,400 บาท   

    ปันผลเฉลี่ย(60,000x25%)+โบนัสเงินสด 1400 บาท+โบนัสสะสมแต้ม 5000บาท

    21,400 บาท   ร่วมกันซื้อแบ่งกันใช้ มีรายได้ร่วมกัน บริษัทจะแบ่งเงินปันผลรับทรัพย์กัน ไปตามสัดส่วน แก่องค์กรของคุณ

    พอไหมครับ รายได้ขำๆแบบเนี๊ยะ  นี่ยังไม่รวมรายจ่ายที่คุณประหยัดได้ในแต่ละเดือนนะ 

    แบบข้างต้นนี้ เขาเรียก ฉลาดซื้อฉลาดใช้สร้างรายได้ ทำให้มันส์ ขำๆ

    บางคนบอกโหย ยกตัวอย่างปาเข้าไปค่อนปีเพิ่งเห็นรายได้หลักหมื่น

    ลองถามตัวเองดูครับว่า งานประจำที่เราต้องแหกขี้ตาไปทำกัน 5วันบ้าง 6วันต่อสัปดาห์บ้าง  ทำงานกันหลังขดหลังแข็งกว่าจะถึงบ้านค่ำมืด ทำกันเป็นปีๆ เงินเดือนขึ้นกี่บาท

    แล้ว กิฟฟารีน ทำอะไรนักหนาหล่ะค๊าบบ

    *เปิดเนต หาสาระ ความรู้หา กะตังค์อยู่กับบ้าน หลังเลิกงาน  

    อย่าว่า....แต่เงินหมื่นเลย

    ได้เงินเพิ่มมาเดือนละ สองพันสามพัน ก็น่าดีใจกันยกใหญ่แล้วหล่ะครับ

    แต่ถ้าคุณอยากได้มากได้ไว...คงต้องมองแบบนักธุรกิจเขาทำกันหล่ะครับ

    มันก็ต้องรู้จักใช้เงินลงทุนให้เหมาะสมบ้างกันบ้าง...

    ผมมองว่า ยุคนี้เราไม่จำเป็นต้องเอาเงินเกือบแสน ไปจับเงินหมื่น แล้วเอามาคุยว่า ทำ2-3 เดือนได้เป็นหมื่น ทำมาคุย..ถามอะไรตอบไม่ได้แถไปเรื่อย....แบบนี้มันง่ายคับ.... แต่เราเกิดมาไม่ได้มีเงินถุงเงินถังกันซะทุกคน

    เก่งจริง ต้องเอาเงินหลักร้อยไปทำเงินแสนเงินล้าน ครับ 

    ผมมองว่าทุกคนมี ศักยภาพด้วยกันทั้งนั้นเพียงแต่ ไม่ได้นำมันมาใช้ ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายแค่นั่นเอง  

    หย่อนถังของคุณ ตักน้ำไปพร้อมๆกับเรา  <<คลิ๊กที่นี่

     

    ปล.การลงทุนปี 55

    มีข้อมูลว่าปีที่แล้วว่า การลงทุนส่วนบุคคลใน "ทองคำ" ถือว่าน่าสนใจเพราะให้ผล ตอบแทนสูงถึง 13% ตัวเลขอาจจะสูงไม่เท่ากับการลงทุนใน หุ้น ที่ให้ผลตอบแทนถึง 41% แต่ ในแง่ความเสี่ยงถือว่าน้อยกว่ากันมาก อย่างไรก็ตามการลงทุนทองคำและลงทุนในหุ้น ยังถือว่ามีเสี่ยง และ ผลตอบแทนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ “การลงทุน ด้วยทุนที่ไม่ใช่เงิน”   และที่สำคัญคือได้มากกว่าการลงทุนโดยเอาเงินไปฝากธนาคาร....  หรือเพื่อนๆๆคิดว่างัย….

     

    อะไรคือ:"โมเมนตั้ม" ขับเคลื่อนรายได้ หยุดทำได้แต่รายได้ไม่หยุด

    Affiliate Marketing

    Funded proposal & Private Label Right

    หน้าหลัก "กิฟฟารีน"