|
ผมขอเล่าอุทาหรณ์ให้คุณฟังเรื่องนึง: มีเรื่อลำนึงแล่นอยู่ในทะเล ถูกพายุพัดหลังทางไปหลายวัน ครั้นแล้ว เรือลำนั้นก็ ไปพบเรือเพื่อนกันเข้าลำนึง

จึงชักธงขึ้นเสาเพื่อขอความช่วยเหลือ แล้วร้องตะโกนเพื่อขอน้ำจืด หล่อเลี้ยงชีวิตคนในเรือเพราะอดโซมาหลายวัน

ต่างร้องตะโกนโหวกเหวก...กันระงมไปว่า "ช่วยด้วยๆ พวกเราจะแย่แล้ว เราต้องการน้ำจืด" เอาน้ำจืดให้เราที...


เสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ จากเรือผู้หลงทาง ยังคงไม่ฟังเสียงแนะนำจากเพื่อนใดๆทั้งนั้น พวกเขายังคงร้องขอความเห็นใจ " น้ำ" "น้ำ" ช่วยเราด้วยยยยย
ฝ่ายเรือเพื่อน ก็ยังตะโกนบอก ให้ตักหย่อนถังลงไปตักน้ำ ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วก็จากไป
ผ่านไปหลายวัน: นายเรือเริ่มได้สติ เพราะเริ่มอดน้ำตายกันหมดแล้ว... เลยตัดสินใจหย่อนถังน้ำลงไปตักน้ำข้างเรือกันดู

ปรากฏว่าเป็นน้ำจืดจริงๆ
เพราะความที่ขาดความรู้ความชำนาญในพื้นที่ ยึดติดกับสิ่งเดิมๆไม่ฟังใคร หารู้ไม่ว่าพายุพัดเขาเข้ามาในเขตน้ำจืดปากแม่น้ำแล้ว แต่พวกเขายังหลงคิดว่าเป็นน้ำเค็ม พวกเขาคิดว่าคงแต่รอ รอเรือลำอื่นเอาน้ำมาให้ และไม่ยอมหย่อนถังลงไปตักข้างลำเรือ
นี่ถ้าขาดสติ ยังดื้อดึง คงอดน้ำตายกลางน้ำ ช่างดูน่าเวทนายิ่งนัก
นิทานเรื่องนี้ ก็ เปรียบเสมือน ชีวิตปัจจุบันของคนทั่วไปส่วนใหญ่ ที่ มักยึดติดกับสิ่งที่เคยได้รับรู้ได้เคยสัมผัสมาแล้วทึกทักเอาเอง โดยมองข้ามศักยภาพ กำลังความคิด กำลังใจกำลังกายของตน ,มองข้ามทุนที่ไม่ใช่เงินที่ทุกคนล้วนมีอยู่ด้วยกันทั้งนั้น
แต่กลับไปมองหาความช่วยเหลือจากผู้อื่น มองหาแหล่งเงินทุน เงินกู้จากแหล่งต่างๆ หรือ หวังรวยจากหวยบ้าง หวังจะได้งานดีๆเงินเดือนเยอะๆจากองค์กรต่างๆบ้าง
บ้างก็...กล่าวโทษในโชคชะตาวาสนา บางก็ลามไปโทษพระ...โทษพระเจ้า.....
ทั้งๆที่...ทุกคนล้วนเกิดมามีขุมทรัพย์อยู่รอบตัวกันทุกคน
"จงหย่อนถังลงไปตักเอาน้ำจืด..ข้างเรือของคุณซะ"
"จงหย่อนถังลงไป" ตักเอาประโยชน์จาก การซื้อกินซื้อใช้ประจำวันของคุณ
"จงหย่อนถังลงไป" ตักเอา เทคโนโลยีมาก่อให้เกิดประโยชน์กับชีวิตของคุณ"
"จงหย่อนถังลงไป" ตักเอา สัมพันธ์ภาพความรักความเอ็นดู การเกื้อกูล ปรารถนาดีต่อ เพื่อนในสังคมรอบตัวเถอะ"
เอาถังของคุณไปตักตวง เอาความรู้ และ ทุนที่ไม่ใช่เงินต่างๆขึ้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากๆ เพราะ คุณมีทรัพย์ เหล่านี้อยู่มากมายก่ายกองเท่าๆกับน้ำจืดที่มีอยู่ใน ปากแม่น้ำนั่นเอง

หย่อนถังของคุณ ตักน้ำไปพร้อมๆกับเรา <<คลิ๊กที่นี่
----------------------------------------------------------------------------------xmnamespace prefix = o />prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />
เอาหล่ะ+ เรามาดูตัวอย่าง ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ของจริงๆกันหน่อยดีก่า
เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ ผมขอเลือกตัวอย่าง จากแนวคิดของ ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจเครือข่ายนะครับ ไม่ใช่ "ขายตรง" ขอทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน
เอาเป็นว่าผมเลือกบริษัท ที่ ค่าmemberถูกที่สุด และตลอดชีพแบบไร้เงื่อนไข เพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินในกระเป๋าของคุณให้ได้มากที่สุด
เริ่มต้น คุณทำบัตรส่วนลดตลอดชีพ กับ กิฟฟารีน เป็นเรียบร้อยแล้วก็แล้วกัน คุณจะได้ส่วนลดทันที25%..ลดจากราคาสินค้าในแคตตาล็อค หรือ บนเว็บของบริษัทกิฟฟารีน..
ทีนี้เริ่มต้น ลองมาจัดการเปรียบเทียบคำนวณดูว่า ประหยัดไปเท่าไหร่ได้คืนมาเท่าไหร่?
ราคาขนาดนี้, วัตถุดิบแบบนี้, คุณภาพแบบนี้, ปริมาตรเท่านี้, ได้รางวัลอะไรมาบ้าง? เทียบกับสินค้าในท้องตลาดแล้วเป็นอย่างไร? คุ้มค่าไหม? ตังค์เหลือไหม? ได้อะไรแถมหรือกลับคืนมาบ้าง? <<จริงๆพวกเราไปเดินห้าง ก็ คงหยิบดูเปรียบเทียบกันอยู่บ่อยๆอยู่เป็นประจำ
ยกตัวอย่างเช่น: ปกติคุณซื้อยาสีฟัน สุมมุติชื่อ(ยี่ห้อ เดนโต๊ะ) ราคา 160บาท 160g สูตรที่ระบุข้างกล่อง เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน ...กิฟฟารีน 115บ.
แปรงสีฟัน: คุณภาพระดับเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อขายด้ามละ 65บาทแต่ กิฟฟารีน 56บาท2ด้าม
น้ำยาบ้วนปาก: 135 บาท จากห้าง ใช้ได้ 20 วันหมด กิฟฟารีน 135 บาท ใช้ได้ 75 วัน
แล้วถ้าเกิดคุณใช้ เครื่องสำอางค์ ครีมบำรุงผิวหละ เอาแบบแบร์ดดังๆตามเคาน์เตอร์ ปกติ set ละ 7,000-11,000 บาท 3 เดือน กิฟฟารีนชุดไฮโดรคริสตัล ดูวัตุดิบ เทคโนโลยี สรรพคุณแล้ว ลองแล้วตกกะใจ...เพียง 3,300บาท ยก set
โอย!! ของคนไทยทำ ถูกขนาดนี้ ผลิตมาขายได้ไง? คุณภาพต่ำนะซิ?
ไอ้ที่เขาผลิตออกมาจำหน่ายได้ถูกเพราะเขา มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง และ ยังสั่งวัตุดิบเป็นจำนวนมากๆ มากจนส่งออกไป กว่า 30 ประเทศทั่วโลกแล้วหล่ะคร๊าบบ
นอกจากนี้: กิฟฟารีน .. กล้าที่จะเข้าสู่การทดสอบกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งการรับรองโดยบุคคลที่ 3 ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับ กิฟฟารีน ในเชิงธุรกิจ อีกทั้งเป็นหน่วยงานราชการและเอกชนที่มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก ..
จะทดสอบไปทำอะไร ? อ้าว .. ก็เพื่อให้คุณ ๆ ผู้บริโภคมั่นใจสิครับว่า ที่กิฟฟารีนเขานั่งยัน นอนยัน ยืนยัน ว่า 'สินค้ากิฟฟารีนมี คุณภาพ ถูกต้องตามหลักการแพทย์ มีความปลอดภัย' หนะ มันเป็นความจริงไงครับ
นี่ไงครับ คลิ๊กดู > ภาพหลักฐานยืนยันของรางวัล และการรับรองผลการทดสอบจากสถาบันต่าง ๆ
พอเริ่มให้ภาพแล้วใช่ไหม? ว่า เดือนๆนึงคุณประหยัดได้ไปเท่าไหร่แล้ว....เพียงเปลี่ยนที่ซื้อสินค้าและ ศึกษามันก่อนใช้ .....แค่นั้นเอง แถมยังมีเงินเหลือ
เท่านั้นยังไม่พอ...กิฟฟารีน เขายัง มีเงินปันผลคืนให้กับคุณอีกเบื้องต้น10%,15%,25% อีกด้วย
ตัวอย่าง
สมมุติว่า คุณสมัครทำบัตรส่วนลดตลอดชีพ เมื่อวันที่ 10 มกราคม ปี 55
1.เดือนมกรา: คูณนั่งจัดลีสต์สินค้าที่อยากได้ สมมุติว่า
คุณซื้อสินค้า ไป 2000 บาท หรือ 2000 (PV) xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />
คุณจะได้รับปันผล 10% ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 55
ได้ปันผล คืน (2000-1500)x10% = 50บาท
หมายเหตุ: 1500pv แรกในชีวิต ไม่นำมาคิดคำนวณเงินปันผล
---------------------------------------------------------------------------------
2.เดือนกุมภาพันธ์: ของที่ใช้ในบ้านยี่ห้อเดิมเริ่มหมด ของ กิฟฟารีน ที่เพิ่งซื้อ เริ่มหมดบ้างบางรายการอยู่กันหลายคน คุณไปซื้อสินค้ามาใช้เอง 1000 บาท และยังไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
คุณจะได้เงินคืน (1000+0)x10% = 100 บาท (คิดคำนวณ ปันผล ตั้งแต่คะแนนแรก)
ปกติคุณนั่งเล่นเฟสเลี้ยงหมูอยู่ คนเริ่มเห็นโอกาสรายได้ขึ้นมาบ้าง หลังจากเลิกงาน ดูละครหลังข่าวแล้วอยากหาสาระความรู้กะเขาบ้าง
คุณเลยเข้าห้องเสวนาของลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ กับทีมอนัตตา
http://www.anattara.com/webinar.html ห้องจะเปิดเวลา 21.15น วันจันทร์/พฤหัส/เสาร์
----------------------------------------------------------------------------------
3. เดือนมีนาคม: คุณไม่มีความจะเป็นต้องการซื้อใช้อะไรเลย แต่ มีเริ่มมีคนสนใจอยากใช้ อยากหน้าตาดูดีขึ้นแบบคุณด้วย และเขาซื้อสินค้า กิฟฟารีน ไป 1000 บาท
คุณจะได้เงินคืน (0+1000) x 10% = 100 บาท เป็น เงินปันผล ของคุณ
----------------------------------------------------------------------------------
4.เดือนเมษา: คุณยังคงอยู่ที่ตำแหน่ง10%เหมือนเดือนก่อน เดือนนี้ คุณนั่งเล่นเฟสบุ๊คเหมือนปกติ เพื่อนคุณเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ชักชวนเพื่อนเที่ยวสงการน์
*เพื่อนบางคนฝากกันซื้อ ไม่สมัคร
*บางคนก็สมัครเป็นสมาชิกกับคุณ
*เพื่อนบางคนใช้แล้วไปบอกต่อ
รวมเดือนนี้ มียอดการใช้สินค้ามา= 4,6000 บาท
ยอดกลุ่มคุณครบตามเกณฑ์ 45,000 บาท
(คุณอาจ ร้องไอ้หยา สี่หมื่นกว่า ฉานจะไปขายใคร ทำไม่ได้หรอก... ก็ใครเขาให้คุณไปขายหล่ะค๊าบ ก็เพราะคิดแต่จะขายไงคับเลยไม่ได้) เขาไม่ได้ให้คุณไปขายเอ้า...ดูกันต่อมีอะไรดีๆรอคุณอยู่
คุณได้ปรับขึ้นตำแหน่งปันผลจาก 10%-->15%--->25%
การคิดเงินปันผล ดังนี้ตาม ช่วงคะแนน หักทอนตาม % ตำแหน่งรายได้ของเพื่อนๆคุณแต่ละคน (บริษัทคำนวณแบ่งให้อัตโนมัติ)
คิดที่รายได้คุณในเดือนนี้กันก่อน
0 --> 9000 x 10% = 900 บาท ------(1)
9000 --> 45,000 x15 % = 5400 บาท ------(2)
45,000--> 46,000 x25% = 250 บาท ------(3)
ในเดือนนี้ ยอดผลรายได้รวม: (1)+(2)+(3) = 6,550 บาท
แต่ บริษัทจะหักทอนให้แก่ผู้เพือ่นๆคุณที่มีสิทธิ์มีได้ปันผล ใครได้เท่าไหร่ก็หักทอนกันไปตามสัดส่วน
----------------------------------------------------------------------------------
เดือนที่ 5 พฤษภาคม: สมมุติ คุณและเพื่อนๆในเครือข่ายก๊วน กิฟฟารีนของคุณ แต่ละคนไม่ได้ทำอะไรเลย และไม่มีหมดอะไรต้องใช้กันเลย
ดังนั้นเดือนนี้คุณมียอดธุรกิจ = 0 คะแนน(PV)
ดังนั้นปันผล เดือนที่ 5 ของคุณ = 0 PV x 25% = 0 บาท
----------------------------------------------------------------------------------
เดือนที่ 6 มิถุนายน: ตำแหน่ง(25%)ของคุณยังเหมือนเดิมไม่หายไปไหน
ถึงแม้เดือนที่แล้วไม่มีใครซื้ออะไร ใช้เลยสัก กะ บาท
สมมุติว่าเดือนนี้ หลายคนของใช้เริ่มหมด บางคนไปชวนเพื่อนใช้ต่อ บางคนซื้อมากบ้างน้อยบ้าง มี สรุปคุณยอดธุรกิจมา 60,000 PVเดือนี้ คุณมีรายได้ที่ งอกเงยสูงสุดถึง:=21,400 บาท
ปันผลเฉลี่ย(60,000x25%)+โบนัสเงินสด 1400 บาท+โบนัสสะสมแต้ม 5000บาท
21,400 บาท ร่วมกันซื้อแบ่งกันใช้ มีรายได้ร่วมกัน บริษัทจะแบ่งเงินปันผลรับทรัพย์กัน ไปตามสัดส่วน แก่องค์กรของคุณ
พอไหมครับ รายได้ขำๆแบบเนี๊ยะ นี่ยังไม่รวมรายจ่ายที่คุณประหยัดได้ในแต่ละเดือนนะ
แบบข้างต้นนี้ เขาเรียก ฉลาดซื้อฉลาดใช้สร้างรายได้ ทำให้มันส์ ขำๆ
บางคนบอกโหย ยกตัวอย่างปาเข้าไปค่อนปีเพิ่งเห็นรายได้หลักหมื่น
ลองถามตัวเองดูครับว่า งานประจำที่เราต้องแหกขี้ตาไปทำกัน 5วันบ้าง 6วันต่อสัปดาห์บ้าง ทำงานกันหลังขดหลังแข็งกว่าจะถึงบ้านค่ำมืด ทำกันเป็นปีๆ เงินเดือนขึ้นกี่บาท
แล้ว กิฟฟารีน ทำอะไรนักหนาหล่ะค๊าบบ
*เปิดเนต หาสาระ ความรู้หา กะตังค์อยู่กับบ้าน หลังเลิกงาน
อย่าว่า....แต่เงินหมื่นเลย
ได้เงินเพิ่มมาเดือนละ สองพันสามพัน ก็น่าดีใจกันยกใหญ่แล้วหล่ะครับ
แต่ถ้าคุณอยากได้มากได้ไว...คงต้องมองแบบนักธุรกิจเขาทำกันหล่ะครับ
มันก็ต้องรู้จักใช้เงินลงทุนให้เหมาะสมบ้างกันบ้าง...
ผมมองว่า ยุคนี้เราไม่จำเป็นต้องเอาเงินเกือบแสน ไปจับเงินหมื่น แล้วเอามาคุยว่า ทำ2-3 เดือนได้เป็นหมื่น ทำมาคุย..ถามอะไรตอบไม่ได้แถไปเรื่อย....แบบนี้มันง่ายคับ.... แต่เราเกิดมาไม่ได้มีเงินถุงเงินถังกันซะทุกคน
เก่งจริง ต้องเอาเงินหลักร้อยไปทำเงินแสนเงินล้าน ครับ
ผมมองว่าทุกคนมี ศักยภาพด้วยกันทั้งนั้นเพียงแต่ ไม่ได้นำมันมาใช้ ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายแค่นั่นเอง
หย่อนถังของคุณ ตักน้ำไปพร้อมๆกับเรา <<คลิ๊กที่นี่
ปล.การลงทุนปี 55
มีข้อมูลว่าปีที่แล้วว่า การลงทุนส่วนบุคคลใน "ทองคำ" ถือว่าน่าสนใจเพราะให้ผล ตอบแทนสูงถึง 13% ตัวเลขอาจจะสูงไม่เท่ากับการลงทุนใน หุ้น ที่ให้ผลตอบแทนถึง 41% แต่ ในแง่ความเสี่ยงถือว่าน้อยกว่ากันมาก อย่างไรก็ตามการลงทุนทองคำและลงทุนในหุ้น ยังถือว่ามีเสี่ยง และ ผลตอบแทนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ การลงทุน ด้วยทุนที่ไม่ใช่เงิน และที่สำคัญคือได้มากกว่าการลงทุนโดยเอาเงินไปฝากธนาคาร.... หรือเพื่อนๆๆคิดว่างัย
.
|